ข้อแนะนำเชิงนโยบายของ ท่าน รมว.วท.พิเชฐ  ดุรงคเวโรจน์ 

จากการเดินทางดูงาน ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ โครงการ วมว. ระยะที่ 2 

ณ โรงเรียน มอ. วิทยานุสรณ์ สุราษฎร์ธานี ในการกำกับดูแลของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์

ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559

 

                 ท่านรมว.วท.พิเชฐ  ดุรงคเวโรจน์ ได้ชื่นชมแนวทางการดำเนินการพัฒนาเยาวชนของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในเชิงนโยบาย สรุปประเด็นที่สำคัญได้ 7 ประการ ดังนี้

                       1) ควรให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพของครู โดยการให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต คุณภาพการทำงาน รายได้และสวัสดิการของครู  เนื่องจากการสร้างสิ่งเหล่านี้ถือเป็นขวัญกำลังใจที่ดีที่ส่งผลต่อการปฏิบัติตามมาตรฐานการสอนของครู ไปจนถึงการอบรมและพัฒนาเพิ่มองค์ความรู้ต่างๆให้กับครู ทั้งนี้การฝึกอบรมควรให้เป็นการอบรมแบบมีกรณีศึกษา (case study) เพื่อให้ครูเหล่านั้นได้นำแนวคิด และอำนวยการถ่ายทอดความรู้สู่เด็กได้อย่างถูกทิศทาง

                       2) การให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแก่เด็กนักเรียน โดยนำวิธีการจัดการการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (The 21st Century Skills) ซึ่งเด็กนักเรียนต้องมีทักษะที่จำเป็น 4 กลุ่มใหญ่ดังนี้

                           • ทักษะในเชิงของกระบวนการคิดและสังเคราะห์ (Learning and Thinking)

                                    เป็นทักษะที่เน้นกระบวนการการเรียนรู้ และการคิดสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับรู้เพื่อให้ก่อเกิดประโยชน์ เพราะความรู้เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของบุคคล ดังนั้นทักษะนี้จะเป็นสิ่งพื้นฐานเพื่อการต่อยอดที่ดีของความเป็นเลิศทางการเรียนรู้และการคิดวิเคราะห์ ได้แก่

                                      - กระบวนการคิดและการแก้ปัญหา (Critical Thinking & Problem Solving) : การใช้ทักษะการคิดอย่างมีเหตุผลให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ที่ต้องการกระบวนการคิดที่แตกต่างกัน รวมไปถึงการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

                                      - ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity & Innovation) : ต้องมีทักษะของการคิดริเริ่ม หรือนำเสนอแนวคิดใหม่ ด้วยวิธีการต่างๆ

                           • ทักษะในเชิงของเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์เชิงข้อมูล (Technology and Media For Information) ได้แก่

                                      - ความรู้เชิงการใช้ข้อมูล (Information Literacy) : เน้นเรื่องของความสามารถและทักษะในการเข้าถึงข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

                                      - ความรู้เชิงการใช่สื่อ (Media Literacy) : เป็นทักษะการคิดวิเคราะห์และเข้าใจในสื่อที่มีอยู่ในสังคมทั้งตัวคุณค่าและบริบทของการใช้สื่อนั้นๆ

                                      - ความรู้ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT Literacy) รู้จักการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ การจัดการ และการสื่อสาร
                                        อย่างมีประสิทธิภาพ

                           • ทักษะในเชิงของการทำงานและก้าวหน้าในอาชีพ (Career Progressing)

                                    เป็นทักษะของการจัดการและรับผิดชอบงานภายในสภาพแวดล้อมปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง เพ่งสนใจไปที่การพัฒนาทักษะที่เพียงพอในสายงานอาชีพและการใช้ชีวิตในการทำงาน ได้แก่

                                      - การสร้างประสิทธิผลและความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน (Productivity & Accountability) : ทักษะในการตั้งเป้าหมาย และการก้าวข้ามอุปสรรคในสภาวะกดดันการจัดลำดับความสำคัญของหน้าที่การงาน และการจัดการตนเอง

                                      - ภาวะความเป็นผู้นำและความรับผิดชอบต่อตนเอง (Leadership & Responsibility) : ทักษะที่จะสามารถชี้นำ หรือแนะแนวทางให้แก่คนอื่นๆ ได้ ให้ความช่วยเหลือคนอื่นเมื่อจำเป็น และการรับผิดชอบเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก

                                      - ความคิดริเริ่มและการกำหนดทิศทางให้แก่ตนเอง (Initiative & Self-direction) : ต้องสามารถกำหนดทิศทางหรือเป้าหมายให้แก่ตัวเองได้

                                      - การสื่อสารและการร่วมมือ (Communication & Collaboration) : ทักษะของการเรียบเรียงและสื่อความคิด ไม่ว่าจะเป็นผ่านการใช้คำพูด การเขียน หรือการแสดงออก ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นผู้ฟังที่ดีโดยรับฟังประมวลผลสิ่งที่รับรู้ ทั้งนี้จึงจะก่อให้เกิดความสามารถให้การทำงานร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น

                           • ทักษะในเชิงของการอยู่ร่วมกัน (Life and Socializing) ได้แก่

                                     - ความยืดหยุ่นและการปรับตัวในสังคม ( Flexibility & Adaptability) : ทักษะในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้

                                     - การเข้าสังคมและการแลกเปลี่ยนข้ามวัฒนธรรม (Social & Cross-cultural Skills) : รู้ถึงการปฏิบัตตนอย่างเหมาะสม เมื่อไรควรพูดหรือควรรับฟัง เคารพในวัฒนธรรม ความคิดและค่านิยมที่แตกต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเปิดกว้างทางความคิด (Open-minded)

 

                   ทั้งนี้จะต้องให้เด็กได้รับทราบถึงสิทธิพิเศษจากการเรียนการสอนของห้องเรียนวิทยาศาสตร์ และเพื่อจะได้ดึงความเป็นจิตสาธารณะของเด็กคืนสู่สังคมด้วย

 

                      3) การสร้างอัตลักษณ์ของห้องเรียนวิทยาศาสตร์ เพื่อการจูงใจนักเรียนกลุ่มเป้าหมายเข้ามาเรียน และการจัดการเรียนการสอนควรเป็นไปในลักษณะของการกระตุ้นให้เด็กนักเรียนคิดสร้างสรรค์/ต่อยอดจากการเรียนรู้หรือการทดลอง

                      4) การประเมินผลนักเรียน ต้องเข้าใจว่าการกำหนดมาตรฐานมีหลายรูปแบบ และหลายปัจจัยแตกต่างกัน โดยต้องพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับนักเรียน ทั้งนี้อาจมีหลายมาตรฐานได้

                      5) สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร ต้องมีการสร้างความสัมพันธ์ทั้งในด้านปฏิสัมพันธ์ เวลาที่จะได้ทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างคุณครูกับเด็กนักเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนกับเด็กนักเรียน และผู้อำนวยการกับคุณครู เป็นต้น

                      6) ควรมีส่วนร่วมจากหน่วยงานภายนอก ทั้งของส่วนราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีและภาคเอกชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กนักเรียนและโรงเรียนควบคู่ไปกับการเชื่อมโยงทรัพยากรของจังหวัด ทั้งจากอุตสาหกรรมจังหวัด เกษตรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด คลังจังหวัด และสหกรณ์จังหวัด เพื่อรองรับการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ พร้อมศึกษาหาแนวทางให้ผู้สำเร็จการศึกษา ได้มีอาชีพที่เหมาะสม ปลูกฝังให้เด็กมีจิตสาธารณะรักบ้านเกิด นำความรู้ที่ได้ศึกษามาสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ และสังคมที่ดีให้เจริญก้าวหน้า เพื่อให้เด็กในท้องถิ่นมีความอยู่ดีกินดี มีแนวคิดและมุมมองใหม่สามารถก่อประโยชน์ให้แก่คนในชุมชนท้องถิ่น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแก่ชุมชนท้องถิ่น

                     7) การที่โครงการ วมว. มีความเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ เด็กนักเรียนที่อยู่ในโครงการมีการเรียนที่เข้มข้นสร้างให้เป็นนักวิจัยและนวัตกรรม  ดังนั้นจึงต้องมีวิธีการที่ต่อเนื่องเมื่อเด็กนักเรียนเข้าสู่ในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ควรมีเส้นทางการเรียนการสอนที่พัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยเด็กให้ถูกกลืนไปกับการศึกษาในระบบปกติ