ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

 

                   เมื่อวันที่ 17 – 19 มกราคม 2563 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สถาบันวิทยสิริเมธี และโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จัดงาน “Strengthening Science Education for High School Talented Students” ครั้งที่ 1 ณ สถาบันวิทยสิริเมธี ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง โดยมี ศ.ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล อธิการบดีสถาบันวิทยสิริเมธี กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน และได้รับเกียรติจาก ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ที่ปรึกษาโครงการ วมว. กล่าวเปิดงาน กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมถึงการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนากิจกรรมสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษร่วมกันในอนาคตระหว่างผู้บริหาร อาจารย์และครูที่จัดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับผู้มีความสามารถพิเศษของประเทศไทยกับต่างประเทศ โดยมีนักการศึกษาจากโรงเรียนและสถาบันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกจากต่างประเทศ ผู้บริหารและครูอาจารย์จากโรงเรียนและหน่วยงานทางด้านการศึกษาในประเทศไทย รวม 85 หน่วยงาน (หน่วยงานจากต่างประเทศ 25 หน่วยงาน และหน่วยงานในประเทศ 60 หน่วยงาน) ผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 147 คน นอกจากนี้ ยังประกอบด้วยทีมคณาจารย์จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ นักวิจัย ผู้ช่วยนักวิจัย และนักศึกษาจากสถาบันวิทยสิริเมธี รวมกว่า 20 คน ซึ่งมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมและการบรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

 

                   
ศ.ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล กล่าวต้อนรับ                        ดร.กฤษณพงษ์ กีรติกร กล่าวเปิดงาน

 

                   ภายในงานประกอบด้วยการบรรยายจากนักการศึกษาชั้นนำมากประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์จาก 8 ประเทศ ภายใต้หัวข้อ “แนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนวิทยาศาสตร์” หรือ “การจัดการเรียนการสอนแบบ STEM/STREAM ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์” ซึ่งในภาพรวมของโรงเรียนวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมุ่งเน้นการจัดการสอนเพื่อพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษให้ตอบสนองต่องานหรือการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญทั้งทักษะด้านวิชาการ ด้านอารมณ์ และด้านสังคม นอกจากนี้ ยังต้องพัฒนาครูผู้สอนให้สามารถเข้าใจ จัดการเรียนการสอนเฉพาะด้านและชี้แนะผู้เรียนได้ โดยโรงเรียนด้านวิทยาศาสตร์ทั้งหมดมีจุดสำคัญร่วมกันได้แก่

                   1. การกำหนดเป้าหมายและคุณลักษณะของนักเรียนที่ต้องการอย่างชัดเจน

                   2. การจัดทำหลักสูตร สร้างรายวิชา และจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติโดยประยุกต์ใช้การศึกษาแบบ STEM/STEAM เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายและคุณลักษณะของนักเรียนที่ต้องการ

                   3. การจัดระบบรายวิชาโครงงานที่สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะด้านอารมณ์ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตนเองหรือการเรียนรู้รายบุคคล (Individual Study)

                   4. มีระบบพัฒนาครูผู้สอนร่วมกับการพัฒนานักเรียนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน

                   5. มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยที่เข้มแข็งและการใช้โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างสูงสุด และการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานด้านวิจัยและการศึกษา รวมถึงบริษัทเอกชนเพื่อสนับสนุนการสร้างหลักสูตร การเรียนรู้ตนเอง และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน

                   6. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับโรงเรียนวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และการทำวิจัยร่วมกันทั้งในระดับนักเรียน ครูผู้สอนและผู้บริหารสถาบัน

 

 
วิทยากรจากต่างประเทศ

 

                   นอกจากนี้ยังมีการบรรยายพิเศษโดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญของไทย ได้แก่ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร, ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา ดร.ธงชัย ชิวปรีชา และ ดร.กฤษณพงษ์ กีรติกร รวมทั้งครูรางวัลมูลนิธิเจ้าฟ้ามหาจักรี ประจำปี พ.ศ.2558 คือ Mr.Zainuddin Zakaria จาก Taman Bukit Maluri National Secondary School, Kuala Lumper ประเทศมาเลเซีย ภายใต้หัวข้อ “การจัดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์” และ “การพัฒนากำลังคนและเส้นทางอาชีพด้านวิทยาศาสตร์” ซึ่งเสนอแนะว่าหน่วยงานด้านการศึกษาไทยควรปรับวิธีคิดในการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศเพื่อพัฒนากำลังคนให้สามารถทำงานในระดับมันสมองได้ โดยปรับใช้การศึกษาแบบ STEM/STEAM หรือใช้แนวคิดการศึกษายุค 4.0 ผสานศาสตร์สาขาต่างๆ เรียกว่า สหวิทยาการ (Interdisciplinary) หรือสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary) และเชื่อมโยงทั้งสองศาสตร์ด้วยหลักปรัชญา (Philosophy) โดยใช้การเรียนรู้แบบ STEM ซึ่งมีปัจจัยสำคัญ 4 ประการคือ 1) การสรรหาและคัดเลือกนักเรียน 2) การพัฒนาครู 3) การสร้างหลักสูตรเฉพาะ และ 4) การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งประเทศต้องมีการต่อยอดและใช้ศักยภาพของกำลังคนที่ผ่านการบ่มเพาะมาอย่างเต็มที่ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) จึงเป็นโครงการสำคัญในการสร้างพื้นที่เพื่อตอบสนองกลไกแลกเปลี่ยนกำลังคนระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศและต่างประเทศ ผลักดันเข้าสู่ภาคการผลิตและการบริการ และยกระดับภาคการผลิตและการบริการนำไปสู่การเพิ่มมูลค่า EECi จึงมีความต้องการกำลังคนทั้งสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสายศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์จำนวนมากในอนาคต

 

     
ผู้ทรงคุณวุฒิจาประเทศไทยและครูรางวัลเจ้าฟ้ามหาจักรี

 

                   การเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร และ ดร.ธงชัย ชิวปรีชา เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนและการบ่มเพาะผู้มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย ซึ่งมีความท้าทายสำคัญ ได้แก่ การสรรหาและคัดกรองผู้มีความสามารถพิเศษ การจัดทำหลักสูตรห้องเรียนหรือโรงเรียนวิทยาศาสตร์ ความเข้าใจในอาชีพสายวิทยาศาสตร์ การสร้างผู้บริหารโรงเรียนวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ และการพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุนที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้มีโอกาสได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญของ EECi และ สถาบันวิทยสิริเมธี ได้แก่ EECi Observation Tower, VISTEC’s Battery Pilot Plant, VISTEC’s Zero Waste Pilot Plant และ VISTEC’s Laboratories โดยมีทีมวิทยากรจาก สวทช. นักวิจัยและนักศึกษาจากสถาบันวิทยสิริเมธี ให้ข้อมูลด้านการวิจัยและการพัฒนาในแต่ละจุดเยี่ยมชม

 

   

   
กิจกรรมเสวนาและทัศนศึกษา

 

                   การต่อยอดความรู้เพื่อนำมาปรับใช้ในโครงการ วมว. ประกอบด้วย 7 ด้าน ได้แก่ 1) การกำหนดเป้าหมายและคุณลักษณะของนักเรียนที่เป็นผลผลิตจากโครงการ วมว. 2) การสรรหาและคัดเลือกผู้มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3) หลักสูตรห้องเรียนวิทยาศาสตร์โครงการ วมว. 4) การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 5) การสนับสนุนและผลักดันให้นักเรียนแสดงศักยภาพ 6) การพัฒนาครูผู้สอน และ 7) การสร้างและพัฒนาความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ

 

                   กิจกรรมดังกล่าว ทำให้กลุ่มเป้าหมายได้รับประโยชน์และเห็นมุมมองของโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จในการจัดการเรียนการสอนสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทั้งด้านการบริหารจัดการ การจัดทำหลักสูตร การพัฒนาด้านอารมณ์ การพัฒนาครู และมีโอกาสได้พัฒนาความร่วมมือระหว่างกัน นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทราบข้อมูลการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ เห็นเส้นทางการศึกษาและเส้นทางอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ในอนาคต ซึ่งสามารถนำข้อมูลไปถ่ายทอดให้นักเรียนและผู้ปกครองรับทราบเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น เป็นการสร้างโอกาสที่สำคัญที่จะทำให้เกิดการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกันของโครงการหรือโรงเรียนด้านวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยในอนาคตต่อไป

 


ท่านสามารถดาวน์โหลดรายงานสรุปผลการจัดกิจกรรมได้ที่ลิ้งค์  

 


โดย
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม