กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดกิจกรรมการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ “7thSCiUS Forum” ในระหว่างวันที่ 2– 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 พิธีเปิดเริ่มในวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ.2560 ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษกมหาวิทยาลัยขอนแก่น มี ผศ.ดร. สมเกียรติ  ศรีจารนัย คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ เป็นผู้แทนผู้บริหารของมหาวิทยาลัย กล่าวต้อนรับมีใจความสำคัญว่า

          “มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีความยินดีที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรม “7thSCiUS Forum” นี้ ทั้งนี้มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการศึกษา วิจัย และบริการวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมาก เนื่องจากเป็นวัตถุประสงค์หนึ่งในการก่อตั้งมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยยังได้ตระหนักถึงความสำคัญของบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติตามพันธกิจต่างๆ ของมหาวิทยาลัย และมีแนวโน้มที่จะมีความขาดแคลนจึงได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนในการดำเนินโครงการ วมว. ผ่านทางคณะวิทยาศาสตร์ และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น”

          นางสาวฉัตต์ธิดา  บุญโต ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวรายงานว่า

          “ในการดำเนินงานโครงการ วมว. ดังกล่าว คณะกรรมการบริหารโครงการ วมว. มีมติเห็นชอบให้จัดกิจกรรมวิชาการเกี่ยวกับการนำเสนอการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียนโครงการ วมว. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ในชื่อว่า “SCiUS Forum” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนในโครงการ วมว. ได้ร่วมนำเสนอผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการและประสบการณ์กับเพื่อนๆ ต่างโรงเรียน รวมทั้งเป็นการพัฒนาทักษะกระบวนการวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากการให้ข้อเสนอแนะของอาจารย์ในการนำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์”

          นายสมชาย  เทียมบุญประเสริฐ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม กล่าวใจความสำคัญว่า

         “กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ริเริ่มและผลักดันโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมหลายโครงการ โดยโครงการ วมว. เป็นโครงการหนึ่งที่จะสร้างฐานกำลังคนนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ว. และ ท.) ให้กับประเทศ โดยเริ่มคัดสรรนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีความสามารถพิเศษทางด้าน ว. และ ท. มาบ่มเพาะในหลักสูตรห้องเรียนวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาให้เป็นฐานกำลังคน เพื่อการพัฒนาให้เป็นนักวิจัยด้าน ว. และ ท. ที่มีคุณภาพของประเทศในอนาคตต่อไป นอกจากนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ยังส่งเสริมความสนใจของเยาวชนด้านวิทยาศาสตร์ โดยจัดให้มีแหล่งเรียนรู้ด้าน วทน. อาทิ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์  หอดูดาว การจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ การจัดประกวดแข่งขันทาง วทน. ซึ่งจะทำให้เยาวชน รวมถึงผู้ปกครองได้รู้จักกับวิทยาศาสตร์ อาชีพนักวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้จัดให้มีโครงการ Prime Minister Science Award (Student & Teacher) ซึ่งเป็นรางวัลเชิดชูเยาวชนสู่การเป็นเลิศด้านวิจัยพัฒนา โดยจะมอบรางวัลดังกล่าวในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติอีกด้วย

          กิจกรรม “7thSCiUS Forum” ที่จัดขึ้นในวันนี้นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้นำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ และพัฒนาทักษะด้านการวิจัยแล้ว ยังเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างนักเรียนของโรงเรียนต่างๆ รวม 16 แห่ง  และหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักเรียนที่จบการศึกษาจากห้องเรียนวิทยาศาสตร์ของโครงการ วมว. จะได้สืบสานเป้าหมายของโครงการโดยการศึกษาต่อในระดับสูง (ปริญญาตรี – เอก) จนถึงการประกอบอาชีพในสายงานเกี่ยวกับการพัฒนาผลงานวิจัย หรือสิ่งประดิษฐ์คิดค้นในเชิงนวัตกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในเชิงเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมนำประเทศไทยเข้าสู่ยุค “ประเทศไทย 4.0” เป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ประชาชนมีรายได้สูง ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น”

          กิจกรรม SCiUS Forum ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก คือ การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียน โครงการ วมว. ชั้น ม.5 การบรรยายพิเศษ/แลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยนักวิทยาศาสตร์/นักวิจัยที่ประสบความสำเร็จมีผลงานโดดเด่น และการทัศนศึกษานอกสถานที่ เพื่อเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับนักเรียนในการนำเสนอผลงานวิชาการและการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานวิจัย/โครงงานวิทยาศาสตร์กับนักวิทยาศาสตร์/นักวิจัย รวมถึงอาจารย์และนักเรียนในโครงการ วมว. ด้วยกัน การจัดกิจกรรมครั้งที่ 7 นี้มีนักเรียนส่งผลงานเข้าร่วมจำนวน 514 คน กรรมการตัดสิน การนำเสนอโดยภาพนิ่ง (Poster Presentation) จำนวน 40 คน กรรมการตัดสินการนำเสนอโดยการบรรยาย (Oral Presentation) จำนวน 23 คน กรรมการและอนุกรรมการบริหารโครงการฯ จำนวน 25 คน และผู้ร่วมกิจกรรมอื่นๆ จำนวน 301 คน

          รูปแบบของการจัดกิจกรรมมีการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Oral Presentation มีโครงงานวิทยาศาสตร์เข้าร่วมประกวด จำนวน 101 โครงงานและกลุ่ม Poster Presentation มีโครงงานวิทยาศาสตร์เข้าร่วมประกวด จำนวน114 โครงงาน จำแนกสาขาโครงงานวิทยาศาสตร์ทั้ง 2 กลุ่มออกเป็น 6 สาขา ได้แก่ สาขาเคมี สาขาชีววิทยาและความหลากหลายทางชีวภาพ สาขาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยา สาขาคณิตศาสตร์และสถิติ และสาขาเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ รางวัลสำหรับการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ทั้งแบบบรรยาย (Oral Presentation) และ แบบโปสเตอร์ (Poster Presentation) นักเรียนจะได้รับรางวัลเป็นเหรียญรางวัล (เหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง) และยังมีการประกวด Poster Popular vote โดยนักเรียนที่เข้าร่วมเสนอผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์จะได้รับประกาศนียบัตรทุกคน สำหรับโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลจะได้รับการสนับสนุนให้เข้าประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติต่อไป

          จากผลงานที่นักเรียนได้ส่งเข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ ได้รับคำชื่นชมจากคณาจารย์ที่มาร่วมเป็นกรรมการตัดสินว่านักเรียนรุ่นนี้มีพัฒนาการในการนำเสนอโครงการที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการนำเสนอแบบบรรยายที่นักเรียนใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างดี

          ในพิธีการมอบรางวัล รศ.สรนิต  ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยการเล่าและรายงานแนวทางการดำเนินงานของ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในประเด็น “วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม กับThailand 4.0” มีใจความสำคัญว่า

          “จากแนวโน้มของโลกที่ก้าวเข้าสู่ยุค The 4th Industrial Revolution ที่เกิดจากการรวมตัวและแตกตัวของ Technology & Innovation แบ่งออกเป็น 3 Domain ได้แก่ Bio Domain, Physical Domain, และ Digital Domain “ดังนั้นจึงต้องนำประเทศไทยเข้าสู่ Thailand 4.0 เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ “ประเทศในโลกที่ 1” ภายในปี พ.ศ. 2575 ด้วยการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม จึงทำให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างสูงในกระบวนการขับเคลื่อนนี้ ทั้งนี้กลไกขับเคลื่อนประเทศชุดใหม่ภายใต้ Thailand 4.0 มีหลักการเพื่อทำให้หลุดพ้นจากกับดักความเหลื่อมล้ำโดยการสร้างความมั่นคงผ่าน Inclusive Growth Engine การหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางโดยการสร้างความมั่งคั่งผ่าน Competitive Growth Engine และการทำให้หลุดพ้นจากกับดักความไม่สมดุลโดยการสร้างความยั่งยืนผ่าน Green Growth Engine เพื่อสอดรับกับนโยบายดังกล่าวข้างต้น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ระยะ ๒๐ ปี โดยมีตัวอย่างโครงการสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ Thailand 4.0 ดังนี้ โครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการสร้างทักษะการเป็นนักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โครงการนักเรียนทุนรัฐบาลทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยการสนับสนุนทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี-โท-เอก รวมถึงการสนับสนุนทุนการศึกษา/ทุนวิจัยในโครงการต่างๆของกระทรวงวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมความสนใจของเยาวชนในด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ผ่านสื่อและแหล่งเรียนรู้ต่างๆ อาทิ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์  Space Inspirium / หอดูดาว และ Futurium เป็นต้น การจัดกิจกรรมนอกห้องเรียน อาทิ ค่ายวิทยาศาสตร์ การประกวดแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์  การจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ ซึ่งในปี 2560 นี้ จะให้มีการมอบรางวัลจากนายกรัฐมนตรี (Prime Minister Awards) สำหรับนักเรียนและคุณครูที่ผลงานการประกวดโครงงานระดับนานๆชาติด้วย การร่วมพัฒนาหลักสูตร ให้สอดคล้องกับเอกชนและการวิจัย  STEM workforce เป็นต้น  ทั้งนี้เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์/นักวิจัย สามารถสร้างนวัตกรรมให้กับประเทศชาติได้ จึงมีโครงการขนาดใหญ่ที่รองรับผลงานดังกล่าว อาทิ Startup Thailand (Innovative Startup), Innoagri, Foodinnopolis อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค และเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) เป็นต้น

          ทั้งนี้ การจะเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีเป้าหมายคือ มหาวิทยาลัยไทยอยู่ใน 100 อันดับแรกของโลก จำนวน 3 สถาบัน, 70% ของคนไทยมี EQ และ IQ สูงกว่าคะแนนมาตรฐาน, มีคะแนน PISA > 500 คะแนน, ดัชนีการพัฒนามนุษย์อยู่ใน 60 อันดับแรกจากอันดับที่ 89, พัฒนาแรงงานฝีมือสู่แรงงาน 4.0, คนไทยได้รับรางวัล Nobel Prize ภายใน 20 ปี ซึ่งการสร้างคนจะเริ่มต้นที่ในวัยเด็กโดยการเรียนการสอนจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง วัยเด็กเล็กควรให้เรียนวิชาพื้นฐาน วิชาประยุกต์ และการใช้ชีวิตประจำวัน วัยนักศึกษาจะต้องมีการช่วยเหลือเผื่อแผ่ มีทักษะและความเป็น Entrepreneurships หรือการกล้าแสดงออก ความคิดสร้างสรรค์ มองหาโอกาสเพื่อที่จะสร้างนวัตกรรม รวมไปถึงความสามารถในการบริหารจัดการ วัยทำงานจะต้องค้นหาความรู้และติดตามวิทยาการให้ทันโลกอยู่เสมอ และต้องรู้จักวิเคราะห์ข้อมูล โดยทั้งหมดนี้ทุกช่วงวัยทุกคนต้องมีคุณธรรมเพื่อถือเป็นหลักในการดำเนินชีวิต

          สุดท้ายนี้ขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งจากมหาวิทยาลัย โรงเรียน และคณาจารย์ที่เข้าร่วมกิจกรรม ในโครงการ วมว. ที่ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตัดสินโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ได้ร่วมมือและทุ่มเทให้กับการจัดกิจกรรม “7thSCiUS Forum” นี้ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ร่วมเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดกิจกรรมครั้งนี้จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี”